ดาวน์โหลดเอกสาร

การวิเคราะห์ศักยภาพการพัฒนาท้องถิ่น


    1. หลักและแนวคิดในการวางแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาด

ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาด ได้อาศัยหลักและ

แนวคิดในการวางแผน โดยให้สอดคล้องกับแนวทางในการพัฒนาประเทศ ได้แก่ แนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, นโยบายของรัฐบาล, ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน, กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ และนโยบายการพัฒนาของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาด ดังนี้


ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง

 เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงชีวิต ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสแก่ชาวไทยนับตั้งแต่ปี .. 2517 เป็นต้นมา และถูกพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่4ธันวาคม พ.. 2540 เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้พัฒนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้พสกนิกรชาวไทยได้เข้าถึงทางสายกลางของชีวิตและเพื่อคงไว้ซึ่งทฤษฏีของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทฤษฎีนี้เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตซึ่งอยู่ระหว่าง สังคมระดับท้องถิ่นและตลอดระดับสากล จุดเด่นของแนวปรัชญานี้คือ แนวทางที่สมดุล โดยชาติสามารถทันสมัย และก้าวสู่ความเป็นสากลได้ โดยปราศจากการต่อต้านกระแสโลกาภิวัฒน์และการอยู่รวมกันของทุกคนในสังคม


                มีหลักพิจารณา ดังนี้

                กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา

                คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน

                คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย3คุณลักษณะพร้อม ๆ กัน ดังนี้

1.ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกิดไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

2.ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ

3.การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวหมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

                เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ

1.เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ

2.เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความชื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความพากเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี

การดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริพอเพียง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนั้น เมื่อได้พระราชทานแนวพระราชดำริ หรือพระบรมราโชวาทในด้านต่างๆ จะทรงคำนึงถึงวิถีชีวิต สภาพสังคมของประชาชนด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความคิด ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในทางปฏิบัติได้
แนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง


1.
ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต
2.
ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต
3.
ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง
4.
ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้มีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ
5.
ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ (..๒๕๕๐-๒๕๕๔)

 คณะรัฐมนตรีรับทราบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ (..๒๕๕๐-๒๕๕๔)ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ โดยมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ยุทธศาสตร์การพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐ และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติและการติดตามประเมินผล สรุปได้ดังนี้

 . วิสัยทัศน์ประเทศไทย

 มุ่งพัฒนาสู่ “สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน(Green and Happiness Society) คนไทยมีคุณธรรมนำความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพ เสถียรภาพ และเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี”

 .พันธกิจ เพื่อให้การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐ มุ่งสู่ “สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” ภายใต้แนวปฏิบัติของ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เห็นควรกำหนดพันธกิจของการพัฒนาประเทศ ดังนี้

()พัฒนาคนให้มีคุณภาพ คุณธรรมนำความรอบรู้อย่างเท่าทัน ()เสริมสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพ เสถียรภาพ และเป็นธรรม () ดำรงความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อม ()พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศให้เกิดธรรมาภิบาลภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

.วัตถุประสงค์

()เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้คู่คุณธรรม จริยธรรมอย่างต่อเนื่องที่ขับเคลื่อนด้วยการเชื่อมโยงบทบาทครอบครัว สถาบันศาสนาและสถาบันการศึกษา เสริมสร้างบริการสุขภาพอย่างสมดุลระหว่างการส่งเสริม การป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

()เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชน เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย เป็นรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และอนุรักษ์ ฟื้นฟู ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นำไปสู่การพึ่งตนเองและลดปัญหาความยากจนอย่างบูรณาการ

()เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตสู่การเพิ่มคุณค่าของสินค้าและบริการบนฐานความรู้และนวัตกรรม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสาขาการผลิตเพื่อทำให้มูลค่าการผลิตสูงขึ้น

()เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และระบบบริหารความเสี่ยงให้กับภาคการเงิน การคลัง พลังงาน ตลาดปัจจัยการผลิต ตลาดแรงงาน และการลงทุน

()เพื่อสร้างระบบการแข่งขันด้านการค้าและการลงทุนให้เป็นธรรม และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ รวมทั้งสร้างกลไกในการกระจายผลประโยชน์จากการพัฒนาสู่ประชาชนในทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม

()เพื่อเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นฐานที่มั่นคงของการพัฒนาประเทศ และการดำรงชีวิตของคนไทยทั้งในรุ่นปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งสร้างกลไกในการรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างเป็นธรรมและอย่างยั่งยืน

()เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศสู่ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชนและภาคประชาชน และขยายบทบาทขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบคู่กับการเสริมสร้างกลไกและกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข


 .เป้าหมาย

()เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพคนและความเข้มแข็งของชุมชน

(.)การพัฒนาคน

 )คนไทยทุกคนได้รับการพัฒนาให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม อารมณ์ มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีทักษะในการประกอบอาชีพ มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตอย่างมี ศักดิ์ศรี และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

 )เพิ่มจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเป็น ๑๐ ปี พัฒนากำลังแรงงานระดับกลางที่มีคุณภาพเพิ่มเป็นร้อยละ ๖๐ ของกำลังแรงงานทั้งหมด และเพิ่มสัดส่วนบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาเป็น ๑๐ คน ต่อประชากร ๑๐,๐๐๐ คน

 )อายุคาดหมายเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้นเป็น ๘๐ ปี ควบคู่กับการลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคป้องกันได้ใน ๕ อันดับแรก คือ หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และลดรายจ่ายด้านสุขภาพของบุคคลลงในระยะยาว

(.)การพัฒนาชุมชนและแก้ปัญหาความยากจน ทุกชุมชนมีแผนชุมชนแบบมีส่วนร่วม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำแผนชุมชนไปใช้ประกอบการจัดสรรงบประมาณเพิ่มกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมและบรรเทาปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และลดสัดส่วนผู้อยู่ใต้เส้นความยากจนลงเหลือร้อยละ ๔ ภายในปี ๒๕๕๔

()เป้าหมายด้านเศรษฐกิจ

(.)โครงสร้างเศรษฐกิจ สัดส่วนภาคเศรษฐกิจในประเทศต่อภาคการค้าระหว่างประเทศ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๗๕ ภายในปี ๒๕๕๔ และสัดส่วนภาคการผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๑๕ ภายใน ปี ๒๕๕๔

(.)เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยร้อยละ ๓.-.๕ ต่อปี สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไม่เกินร้อยละ ๕๐ และความยืดหยุ่นการใช้พลังงานเฉลี่ยไม่เกิน ๑:๑ ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐

(.)ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สัดส่วนรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้สูงสุด ร้อยละ ๒๐ แรก ต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ ๒๐ ไม่เกิน ๑๐ เท่าภายในปี ๒๕๕๔ และสัดส่วนผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๔๐ ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐

()เป้าหมายการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

(.)รักษาความสมบูรณ์ของฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ให้มีพื้นที่ป่าไม้ไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๓ และต้องเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๑๘ ของพื้นที่ประเทศ รวมทั้งรักษาพื้นที่ทำการเกษตรในเขตชลประทานไว้ไม่น้อยกว่า ๓๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่

(.)รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำรงคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่เป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศ ตลอดจนคุณภาพชีวิตของคนไทย

() เป้าหมายด้านธรรมาภิบาล

(.) มุ่งให้ธรรมาภิบาลของประเทศดีขึ้น มีคะแนนภาพลักษณ์ของความโปร่งใสอยู่ที่ ๕.๐ ภายในปี ๒๕๕๔ ระบบราชการมีขนาดที่เหมาะสม และมีการดำเนินงานที่คุ้มค่าเพิ่มขึ้น ลดกำลังคนภาคราชการให้ได้ร้อยละ ๑๐ ภายในปี ๒๕๕๔ ธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจเอกชนเพิ่มขึ้น ท้องถิ่นมีขีดความสามารถในการจัดเก็บรายได้และมีอิสระ ในการพึ่งตนเองมากขึ้น ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง รู้สิทธิ หน้าที่ และมีส่วนร่วมมากขึ้นในการตัดสินใจและรับผิดชอบในการบริหารจัดการประเทศ

(.) สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในบริบทไทย ให้มีการศึกษาวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ในด้านวัฒนธรรมประชาธิปไตย วัฒนธรรมธรรมาภิบาล และวัฒนธรรมสันติวิธีเพิ่มขึ้นในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐

 . ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ

 ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกาภิวัตน์ที่ปรับเปลี่ยนเร็วและสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่เหมาะสม ดังนี้

()ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนให้มีคุณธรรมนำความรู้ เกิดภูมิคุ้มกัน

()ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมให้เป็นรากฐานที่มั่นคงของประเทศ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกระบวนการชุมชนเข้มแข็งด้วยการส่งเสริมการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำในรูปแบบที่หลากหลาย และจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตามความพร้อมของชุมชน

() ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างการผลิตให้สมดุลและยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเพื่อสร้างความเข้มแข็งของภาคการผลิตและบริการ บนฐานการเพิ่มคุณค่าสินค้าและบริการจากองค์ความรู้สมัยใหม่ภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรม และการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ การปฏิรูปองค์กร การปรับปรุงกฎระเบียบ การพัฒนามาตรฐานในด้านต่าง ๆ และการดำเนินนโยบายการค้าระหว่างประเทศให้สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันและระบบบริหารความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ

()ยุทธศาสตร์การพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพและการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการรักษาฐานทรัพยากรและความสมดุลของระบบนิเวศเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาที่ยั่งยืน

() ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ มุ่งเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคมอย่างยั่งยืน

 . การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติและการติดตามประเมินผล

 การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐ สู่การปฏิบัติ ต้องให้ภาคีพัฒนาทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน โดยนำเอาแนวทางการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ของแผนมาแปลงไปสู่แผนปฏิบัติการในระดับต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการปรับระบบการจัดสรรทรัพยากร การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ การสร้างองค์ความรู้ รวมทั้งการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้

() เสริมสร้างบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคีพัฒนา จัดทำแผนปฏิบัติการในระดับต่าง ๆ ที่บูรณาการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

()กำหนดแนวทางการลงทุนที่สำคัญตามยุทธศาสตร์การพัฒนาในแผน พัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐

()เร่งปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

()ศึกษาวิจัยสร้างองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้เพื่อหนุนเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๐ สู่การปฏิบัติ

()พัฒนาระบบการติดตามประเมินผลและสร้างดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาในทุกระดับ

()สนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลในทุกระดับและการเชื่อมโยงโครงข่ายข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานกลางระดับนโยบาย ตลอดจนระดับพื้นที่และท้องถิ่น



นโยบายของรัฐบาล


1.นโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในปีแรก

1.1สร้างความเชื่อมั่นและกระต้นเศรษฐกิจในภาพรวมเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ภาค

ประชาชนและเอกชนในการลงทุนและบริโภค

1.2 การรักษาและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน


2.นโยบายความมั่นคงของรัฐ

2.2ปกป้องและเทิดทุนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและความรักสามัคคีของคนในชาติ

2.3 เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศให้มีความพร้อม

2.4 เสริมสร้างสันติภาพของการอยู่ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน

2.5 แก้ไขปัญหาคนหลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ

2.6 เสริมสร้างศักยภาพในการจัดการปัญหาภัยคุกคามข้ามชาติ


3.นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต

3.1 นโยบายการศึกษา

-ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบโดยปฏิรูปโครงสร้างและระบบปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและระดมทรัพยากรเอการปรับปรุงการบริหารจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา 

-ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในพัฒนาการศึกษาทั้งระบบโดยมุ่งเน้นนะระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา

- พัฒนาครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้ได้ครูเก่ง ครูดี ครูมีคุณภาพ และมีวิทยาฐานะสูงขึ้น

-จัดให้ทุกคนได้รับการศึกษาฟรี15 ปี ตั้งแต่อนุบาล จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายพร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้เกิดความเสมอภาคและเป็นธรรมในโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทั้งผู้ ยากไร้หรือผู้พิการผู้ทุพพลภาพ ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากผู้บกพร่องทางร่างกายและสติปัญญาและชนต่างวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชน

-ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาสู่ความเป็นเลิศ

-ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้มีการประนีประนอมไกล่เกลี่ยหนี้ รวมทั้งขยายกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและปริญญาตรีเพิ่มขึ้น

-ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนและประชานได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและสารทนเทศเชิงสร้างสรรค์อย่างชาญฉลาดเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้

-เร่งรัดการลงทุนด้านการศึกษาและเรียนรู้เชิงบูรณาการในทุกระดับการศึกษาและในชุมชนโดยใช้พื้นที่และโรงเรียนเป็นฐานในการบูรณาการทุกมิติและยืดเกณฑ์การประเมินของสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินการศึกษาเป็นหลักในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

3.2นโยบายแรงงาน

-ดำเนินการให้แรงงานทั้งในและนอกระบบได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานแรงงานไทยโดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพการจ้างงานโดยส่งเสริมให้สถานประกอบ

การผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานระบบการจัดการปฏิบัติต่อแรงงานด้านสิทธิและคุ้มครอง ให้เป็นไปตามมาตรฐานแรงงานสากล

- ปฏิรูประบบประกันสังคมให้มีความเข้มแข็งมั่นคง ให้มีการบริหารจัดการที่มีอิสระ โปร่งใสและขยายความคุ้มครองถึงบุตรและคู่สมรสของผู้ประกันตนในเรื่องการเจ็บป่วย รวมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกันตน

-พัฒนาและฝึกอบรมแรงงานทุกระดับให้มีความรู้และทักษะฝีมือที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยเพิ่มขีดความสามารถของสถาบันและศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานที่มีอยู่ทั่วประเทศให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นในการฝึกอบรบฝีมือแรงงานด้วยการระดมการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในลักษณะโรงเรียนในโรงงานและการบูรณาการ กับ สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาฝีมือแรงงาน

-ส่งเสริมให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศอย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยการสนับสนุนด้านสินเชื่อการไปทำงานต่างประเทศการฝึกอบรบทักษะการใช้ฝีมือและทักษะการใช้ภาษาการสร้างหลักประกันการคุ้มครองดูแลการจัดส่งแรงงานไปทำงานยังต่างประเทศและการติดตามดูแลมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบระหว่างการทำงานในต่างประเทศ

-สนับสนุนสวัสดิการด้านแรงงานโดยจัดตั้งสถาบันด้านความปลอดภัยในการทำงานจัดให้มีสถานดูแลเด็กอ่อนในสถานประกอบการและเพิ่มศักยภาพกองทุนเงินทดแทนในการดูแลแรงงานผู้ประสบภัยเนื่องจากการทำงานรวมทั้งจัดระบบดูแลด้านสวัสดิการแรงงานของกลุ่มแรงงานนอกระบบและส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์ในระบบไตรภาคีเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกจ้าง นายจ้างและภาครัฐ

-จัดระบบการจ้างงานแรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตไม่กระทบต่อการจ้างแรงงานไทยและความมั่นคงของประเทศโยการจัดจำแนกประเภทงานที่อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทำและการจัดระบบการนำเข้าแรงงานต่างด้าวการขจัดปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและการจัดทำทะเบียนแรงงานต่างด้าวและระบบการตรวจสอบที่สะดวกต่อการควบคุม

-ส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุและคนพิการโยการกำหนดรูปแบบให้มีความหลากหลายเหมาะสมตามความต้องการของผู้สูงอายุและคนพิการอาทิการทำงานแบบบางเวลา การทำงานชั่วคราวการทำงานแบบสัญญาระยะสั้นรวมทั้งการขยายโอกาสการทำงานของผู้สูงอายุที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน


3.3 นโยบายด้านสาธารณสุข

-สนับสนุนการดำเนินการตามแนวทางของกฎหมายสุขภาพแห่งชาติโดยเร่งดำเนินมาตรการสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพและการเจ็บป่วยเรื้อรัง

-สร้างขีดความสามารถในการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรค และวินิจฉัยและดูแลรักษาพยาบาลอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนทุกสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันปัญหาการป่วยตายด้วยโรคอุบัติใหม่ที่รวมถึงโรคที่ทีการกลายพันธ์เป็นสายพันธ์ใหม่และโรคระบาดซ้ำในคนอย่างทันต่อเหตุการณ์

-ปรับปรุงบริการด้านสาธารณสุขโดยลงทุนพัฒนาระบบบริการสุขภาพของภาครัฐในทุกระดับให้ได้มาตรฐานยกระดับสถานีอนามัยให้เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล

-ลงทุนผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขควบคู่กับการสร้างขวัญกำลังใจให้มีความก้าวหน้าในอาชีพมีการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้มีรายได้จากเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่นๆที่เหมาะสมเป็นธรรมรวมทั้งปรับปรุงกฎหมายบทบาทายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์

-ผลักดันการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและรักษาพยาบาลในระดับนานาชาติโดยมียุทธศาสตร์การบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม รวมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง


3.4 นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม

-ส่งเสริมการทำนุบำรุงและรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยทุกด้านรวมทั้งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทยให้มีความก้าวหน้ามีการค้นคว้าวิจัย ฟื้นฟูและพัฒนา พร้อมทั้งฟื้นฟูต่อยอดแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

-เสริมสร้างบทบาทของสถาบันครอบครัวร่วมกับสถาบันทางศาสนา สถาบันการศึกษา และสถาบันทางสังคมอื่นๆ ในการปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีและการระวังทางวัฒนธรรมที่มีผลกระทบต่อการเบี่ยงเบนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน รวมทั้งสนับสนุนการผลิตสื่อสร้างสรรค์ สร้างกระแสเชิงบวกให้แก่สังคม และเปิดพื้นที่สาธารณะที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน

-สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปะและวัฒนธรรมไทย ทั้งที่เป็นวิถีชีวิต ค่านิยมที่ดีงาม และความเป็นไทย เพื่อการศึกษาเรียนรู้และเผยแพร่สู่สังคมโลก ตลอดจนใช้ประโยชน์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาวโลกและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

-ส่งเสริมการปรับปรุงองค์กรและกลไกที่รับผิดชอบด้านศาสนา เพื่อให้การบริหารจัดการ ส่งเสริม ทำนุบำรุงศาสนา มีความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดีและสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา เพื่อนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนใช้หลักธรรมในการดำรงชีวิตมากขึ้น


3.5 นโยบายสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

-แก้ไขปัญหาความยากจนโดยจัดหาที่ดินทำกินของผู้มีรายได้น้อยส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้เช่น การปลูกป่า สร้างความเข้มแข็งของกองทุนหมู่บ้านและแหล่งเงินทุนอื่นๆในระดับชุมชนให้มีกลไกลโปร่งใส มีประสิทธิภาพและให้ชุมชนมีการตัดสินใจ และนำไปใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนได้ 

-ปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชนเพื่อนำไปสู่การลดหนี้ หรือยืดระยะเวลาชำระหนี้ หรือลดอัตราดอกเบี้ยหรือพักชำระดอกเบี้ย

-เร่งรัดปรับปรุงแก้ไขคุณภาพการอยู่อาศัยคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมชุมชนโดยเฉพาะชุมชนผู้มีรายได้น้อยให้ดียิ่งขึ้นโดยปรับปรุงคุณภาพและขยายการให้บริการสาธาราณูปโภคให้ทั่วถึงปรับปรุงการบริหารจัดการองค์การภาครัฐด้านการเคหะและการอยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร รวมถึงพิจาณาจัดตั้งองค์กรในลักษณะดังกล่าวเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลคุณภาพชีวิต

-สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและในสังคมของผู้สูงอายุโดยเน้นบทบาทของสถาบันทางสังคม ชุมชนและเครือข่าย

-ให้ความสำคัญของผู้บริโภคในทุกมิติโดยรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจจัดตั้งองค์กรอิสระผู้บริโภค

-ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างชายหญิง ขจัดการกระทำความรุนแรงต่อเด็กละสตรีและการเลือกปฏิบัติต่อเด็กและสตรีและผู้พิการให้การคุ้มครองส่งเสริมการจัดสวัสดิการทางสังคมที่เหมาะสมแก่ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือผู้ทุพพลภาพและผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบากให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นพึ่งตนเองได้

-เร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ทางด้านการป้องกันการปราบปราบบำบัดรักษา

-เพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


3.6 นโยบายการกีฬาและนันทนาการ

-เสริมสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มออกกำลังกายและเล่นกีฬาโดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจภาคธุรกิจเอกชน และชุมชนจัดหาสถานที่ออกกำลังกาย

-พัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศโดยจัดตั้งศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติพร้อมทั้งนำวิทยาศาสตร์การกีฬานำมาใช้

-ส่งเสริมกีฬาไทยให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางและได้รับการยอมรับจากสากลยิ่งขึ้น

-ปรับปรุงการบริหารจัดการด้านกีฬาโดยส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านกีฬาจัดกิจกรรมและสถานกีฬารวมทั้งจัดสร้างลานกีฬาในทุกหมู่บ้านทุกชุมชน

-ปรับปรุงกฎหมายกีฬาที่เกี่ยวข้องโดยจัดให้มีกฎหมายกีฬาอาชีพเพื่อเป็นเครื่องมือบริหารจัดการด้านกีฬาให้มีประสิทธิภาพ


4.นโยบายด้านเศรษฐกิจ

4.1 นโยบายเศรษฐกิจมหภาค

-สนับสนุนเศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตให้มีเสถียรภาพ

-สร้างเสถียรภาพความมั่นคงของสถาบันการเงินในประเทศบริหารสภาพคล่องการเงินในประเทศและดูแลทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ

-พัฒนาตลาดทุนและระบบสถาบันการเงินให้เข้มแข้งและรองรับผลกระทบจากความผันผวนของสภาวะการเงินโลก

-ส่งเสริมและรักษาวินัยคลังโดยปรับปรุงแนวทางการจัดสรรงบประมานของประเทศให้สอดคล้องกำลังเงินของแผ่นดิน

-ปรับปรุงโครงสร้างภาษีและการจัดเก็บภาษีเพื่อให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใสทั้งในรวมทั้งมาตรการภาษีเพื่อการสนับสนุนการประหยัดพลังงานและพลังงานทางเลือก

-กำหนดกรอบการลงทุนของภาครัฐทั้งในระยะปานกลางและระยะยาวที่มีความชัดเจนของแหล่งเงินรูปแบบการลงทุนและเพิ่มบทบาทภาคเอกชนที่เหมาะสม


4.2 นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

 ภาคเกษตร

-เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรและพัฒนาระบบโลจิติกส์ทางการเกษตร

-ส่งเสริมการขยายโอกาสการทำประมงโดยพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประมงชายฝั่งประมงน้ำจืดทั้งในระดับพื้นบ้านและเชิงอุตสาหกรรม

-พัฒนาศักยภาพสินค้าปศุสัตว์และปรับปรุงอนุรักษ์พันธ์สัตว์เศรษฐกิจสำคัญอาทิโคกระบือ

-ดูแลเสถียรภาพสินค้าเกษตรและตลาดสินค้าเกษตรโดยจัดให้มีระบบประกันความเสี่ยงสินค้าเกษตร

-ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรโดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนามาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยด้านสินค้าเกษตร

-สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารโดยส่งเสริมการทำเกษตรตามแนวพระราชดำริขยายกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่

-เร่งรดการจัดหาแหล่งน้ำให้ทั่วถึงและเพียงพอรวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำเพื่อการผลิตทางการเกษตร

-คุ้มครองและรักษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทำเกษตร

-พัฒนาภาคเกษตรให้มีความเหมาะสมโดยพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความสามารถบริหารจัดการทางด้านผลผลิต

-แก้ไขปัญหาหนี้สินฟื้นฟูอาชีพและความเป็นอยู่ของเกษตรกรโดยเร่งดำเนินการจัดการหนี้สินของเกษตรทั้งในและนอกระบบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกร

 ภาคอุตสาหกรรม

- สร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกในภาคอุตสาหกรรมไทย

-กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาของแต่ละอุตสาหกรรมและพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอนาคตเช่น อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร

-ร่วมมือกับภาคเอกชนในการปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้ทัดเทียมและล้ำหน้าในระดับสากล

-เร่งผลิตบุคลากรด้านอาชีวะตามความต้องการของตลาดแรงงานอุตสาหกรรม

-สร้างความเข้มแข้งอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

-จัดตั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรม

-ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมรับผิดชอบต่อสังคมทั้งในด้านคุณภาพและสินค้าและบริการมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการและสิ่งแวดล้อม


 ภาคท่องเที่ยวและบริการ

 -พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชนโดยรักษาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น

-พัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวโดยจัดให้มีมาตรฐานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

-พัฒนาการตลาดการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวโดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ด้านการตลาด

-ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมดให้ทันสมัยและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

 การตลาดการค้าการลงทุน

 -ส่งเสริมการค้าเสรีและเป็นธรรม

-ขยายตลาดสินค้าและบริการส่งออกของไทย

-ใช้ประโยชน์ข้อตกลงเขตการค้าเสรีทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี

-ปรับปรุงการบริหารการนำเข้าเพื่อป้องกันการค้าที่ไม่เป็นธรรม

-ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้ถูกต้อง

-ส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการที่ไทยมีศักยภาพโดยเฉพาะสินค้าอาหารและบริการฮาลาล อุตสาหกรรมภาพยนตร์


4.3นโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

-ขยายการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนให้กระจายอย่างทั่วถึง

-พัฒนาระบบคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์อย่างบูรณาการ

-พัฒนาขนส่งหลายรูปแบบ โดยเชื่อมโยงขนส่งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และอากาศอย่างเป็นธรรม

-พัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้มีความสมบูรณ์

-พัฒนาโครงข่ายรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ

4.4นโยบายพลังงาน

- พัฒนาพลังงานให้ประเทศไทยมีความสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นโดยจัดหาพลังงานให้พอเพียงมีเสถียรภาพด้วยการเร่งสำรวจและพัฒนาแล่งพลังงานประเภทต่างๆ

-ดำเนินการให้ใช้พลังงานทดแทนเป้นวาระแห่งชาติโดยสนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนโดยเฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพและมวลชนเช่นแก๊สโซฮอล์(อี10อี20และอี85) ไบโอดีเซลขยะและมูลสัตว์

-กำกับดูแลราคาพลังงานให้อยู่ระดับที่เหมาะสมมีเสถียรภาพและเป็นธรรมต่อประชาชน

-ส่งเสริมการประหยัดพลังงานทั้งในภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมบริการและขนส่ง 

-ส่งเสริมการจัดหาและใช้พลังงานที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้กระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วม

4.5นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

-พัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานให้ครอบคลุมทั่วประเทศและสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน

-พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์รวมทั้งพัฒนาบุคลากรในระดับภูมิภาค


5 .นโยบายที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 5.1 คุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรดิน ทรัพยากรธรณี ทรัพยากรทางทะแลและชายฝั่ง รวมทั้งฟื้นฟูอุทยานทางทะเลอย่างเป็นระบบ

5.2คุ้มครองและฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญระบบเชิงนิเวศเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งให้การคุ้มครองเพื่อให้เกิดความปลอดภัยทางชีวภาพ

5.3จัดให้มีระบบป้องกันรวมทั้งเตือนภัยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติกำหนดพื้นที่เตือนภัยพิบัติ ติดตั้งระบบเตือนภัย

5.4ควบคุมและลดปริมาณของเสียที่กลายเป็นมลพิษทั้งในรูปขยะ ขยะอันตราย มลพิษทางอากาศ กลิ่น เสียง และน้ำเสีย โดยส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

5.5พัฒนาองค์ความรู้การบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกโครงการอย่างจริงจัง


6.นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม

6.1ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการวิจัยตามแนวพระราชดำริการวิจัยพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งงานวิจัยขั้นพื้นฐานและงานวิจัยประยุกต์

6.2เร่งรัดผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและบุคลากรด้านการวิจัยให้สามารถตอบสนองความต้องการของภาคการผลิตโดยพัฒนาเส้นทางก้าวหน้าสายอาชีพเป็นต้น

6.3ปฏิรูประบบการวิจัยและการพัฒนาของประเทศโดยจัดให้มีกองทุนวิจัยร่วมภาครัฐและเอกชนที่รัฐลงทุนร้อยละ๕๐และจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับภาคเอกชนที่ร่วมงานวิจัยทั้งนี้ให้มีโครงการวิจัยที่ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น ยา เคมีภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าเกษตรโดยเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชน สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยตลอดจนเครือข่าย วิสาหกิจ


7.นโยบายระหว่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

7.1พัฒนาสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติและทุกระดับและเร่งแก้ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านโดยสันติวิธีบนพื้นฐานของสนธิสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

7.2ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของอาเซียนในวาระที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนรวมทั้งความร่วมมือต่างๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชียและระหว่าเอเชียกับภูมิภาคอื่น

7.3ส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศมุสลิมและองค์กรมุสลิมระหว่างประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและสนับสนุนแนวทางไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

7.4กระชับความร่วมมือและเป็นหุ้นส่วนทางยุทศาสตร์เพื่อรักษาการร่วมมือทางการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การเงิน การลงทุน การท่องเที่ยว รวมทั้งแสวงหาตลาดใหม่ และองค์ความรู้ใหม่

7.5ส่งเสริมการมีบทบาทร่วมกับประชาคมโลก และมีความร่วมมือทางวิชาการกับประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้น

7.6สนับสนุนการเข้าร่วมในข้อตกลงระหว่างประเทศทั้งทวิภาคีและพหุภาคีที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

7.7ส่งเสริมการรับรู้และเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในโลกที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยเพื่อให้เกิดฉันทามติในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ

7.8สร้างความเชื่อมั่นของต่างประเทศต่อประเทศไทยและการเข้าถึงระดับประชาชนเพื่อให้ประชาชน รัฐบาลและประชาคมระหว่างประเทศมีทัศนคติในทางบวกต่อประเทศและประชาชน

7.9คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทยและแรงงานไทยและภาคธุรกิจเอกชนไทยในต่างประเทศและสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนไทยในต่างประเทศ


8.นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

8.1ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน

-สนับสนุนการกระจายอำนาจทางการคลังสู่ท้องถิ่นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น

-สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ยึดหลักธรรมาภิบาลและปรับระบบการทำงานให้มีประสิทธิ

-ปรับบทบาทและภารกิจการบริหารราชการระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน เพื่อสามารถดำเนินภารกิจที่สนับสนุนเชื่อมโยงกัน

-บูรณาการความเชื่อมโยงของการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคสู่ท้องถิ่นโดยจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาล

-สนับสนุนให้มีการบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษให้สอดรับกับระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่โดยสนับสนุนให้ท้องถิ่นที่มีศักยภาพและความพร้อมจัดตั้งเป็นมหานคร

-สร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้แก่ช้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึง การป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

-จัดระบบให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัวและรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้งพัฒนาข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการรุ่นใหม่ที่จะต้องเป็นกำลังสำคัญของภาคราชการในอนาคต

-ปรับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เหมาะสมกับความสามารถ




8.2กฎหมายและการยุติธรรม

-ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่ล้าสมัยและเปิดช่องให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ

ทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนรวมทั้งออกกฎหมายใหม่ๆ เพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบส่งเสริมคุณธรรมคู่ความรู้ทั้งในและนอกสถานศึกษาเพื่อปลูกฝังค่านิยม “ คนไทยไม่ต้องโกง ”

-พัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีระบบอำนวยการยุติธรรมที่ประสิทธิภาพโปรงใส และเป็นธรรมต่อทุกกลุ่ม มีกระบวนการชะลอการฟ้องสำหรับคดีประมาท คดีลหุโทษ และคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน3 ปี เป็นอย่างน้อยมีระบบหรือกระบวนการให้สามารถพิจารณาคดีได้รวดเร็วและเป็นธรรมมากขึ้น

-พัฒนากฎหมายให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคมและการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการทางกำหมายของหน่วยงานของรัฐในการให้ความคิดเห็นหรือตรวจสอบตรากฎหมายของรัฐให้ถูกต้องตามหลักนิติธรรม

-ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนของภาคประชาชนในกรับวนการยุติธรรมให้มากขึ้น

-พัฒนาระบบและวิธีการปฏิบัติในการฟื้นฟูแก้ไขผู้กระทำความผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนและผู้ใหญ่ให้มีความหลากหลายและเหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหลาย

-สนับสนุนและพัฒนาตำรวจให้มีประสิทธิภาพความโปร่งใสและเป็นตำรวจที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี

-เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตาม ประเมินผลการทำงานของตำรวจ อัยการ และผู้ใช้อำนาจรัฐอื่นๆ


8.3สื่อและรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

- ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณจากทางราชการ รวมทั้งให้กลไกลภาครัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกมิติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

-ปรับปรุงกลไกลการสื่อสารภาครัฐให้ดำรงบทบาทสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะและสร้างความสมานฉันท์

-ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธาราณะ

-จัดให้มีกฎหมายว่าด้วยความคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมีเสรีปราศจากการแทรกแซง และมีความรับผิดชอบต่อสังคมรวมทั้งปรับปรุงและยกเลิกกฎหมายที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสื่อมวลชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย


ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1


วิสัยทัศน์กลุ่มจังหวัด

ศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวสู่สากล โดยเด่นวัฒนธรรมล้านนา สังคมน่าอยู่ทุกถิ่นที่”


เป้าประสงค์กลุ่มล้านนา(Goals)

1.เพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน

2.เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว
3.
เพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าOTOP
4.
เพิ่มมูลค่าการส่งออกของสินค้าการเกษตรที่สำคัญ
5.
ฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
6.
พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์


 

ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด


วิสัยทัศน์จังหวัดเชียงใหม่ : “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง” (City of Life and Prosperity)


คำอธิบาย :จังหวัดเชียงใหม่จะเป็นเมืองที่ให้คุณค่าแก่ทุกชีวิตที่อาศัยอยู่และมาเยือน เป็นเมืองที่มี

ความมั่งคั่งและพัฒนาอย่างยั่งยืน


ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่


กลุ่มภารกิจ

ประเด็นยุทธศาสตร์

เป้าประสงค์

1. ด้านการเศรษฐกิจ

1.1 แก้ไขปัญหาความยากจน


- ขจัดความยากจน โดยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง


1.2 ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว

- เชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่และเมืองน่าเที่ยว


1.3 ส่งเสริมการค้าการลงทุน

- เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

- เพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนของจังหวัด


    1. ส่งเสริมเกษตรครบวงจร เพื่อการ

บริโภคและการส่งออก

- มีการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน


1.3 อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


- ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการและเครือข่าย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


1.6 พัฒนานวัตกรรม ภูมิปัญญาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันธุรกิจ

- ส่งเสริมการนำนวัตกรรมภูมิปัญญาเทคโนโลยี และICT มาประยุกต์ ใช้หรือเป็นเครื่องมือเพื่อ

1) เพื่อขีดความสามารถและเสริมสร้างศักยภาพโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่น

2) เป็นเมืองศูนย์กลาง ICT ของภาคเหนือตอนบน


1.7 การส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น

- รายได้ชุมชนเพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์




 

กลุ่มภารกิจ

ประเด็นยุทธศาสตร์

เป้าประสงค์

2. ด้านสังคม

2.1 ส่งเสริมประชาชนมีสุขภาพที่ดี

- ประชาชนมีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ


2.2 ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรมและมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต

- ส่งเสริมชาวเชียงใหม่ให้มีการศึกษา อาชีพ และชีวิตที่มั่นคง โดยใช้หลักศาสนาวัฒนธรรมท้องถิ่นและมีความพอเพียงในการดำรงชีวิต


2.3 ส่งเสริมให้ประชาชนดำเนินชีวิตบนพื้นฐานหลักศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น

- เพื่อให้ประชาชนนำหลักศาสนาและวัฒนธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน


2.4 ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

- ประชาชนได้รับสวัสดิการ การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ์ และการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม


2.5 ส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำมีศักยภาพและความมั่นคงในการทำงาน

- เพื่อให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้มีศักยภาพและความมั่นคงในการทำงาน

3. ด้านความมั่นคง


3.1 การป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด

- สามารถควบคุมปัญหายาเสพติด ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน


3.2การเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน

- พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย



3.3การพัฒนาระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย


- การป้องกัน การบรรเทา ฟื้นฟูสาธารณภัยและอุบัติเหตุเป็นระบบ สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม


3.4 การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

- ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน



3.5 การป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงาน ต่างด้าวผิดกฎหมายและการลักลอบค้ามนุษย์

- จัดระบบแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามกฎหมาย สกัดกั้นและผลักดันผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยผิดกฎหมายออกนอกประเทศและดำเนินการกับขบวนการค้ามนุษย์





กลุ่มภารกิจ

ประเด็นยุทธศาสตร์

เป้าประสงค์

4. ด้านทรัพยากรธรรม

4.1 อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

- คงความเป็นฐานทรัพยากรธรรมชาติ

ชาติ และสิ่งแวดล้อม

4.2 ป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหามลพิษ

- คุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน


4.3 การประหยัดพลังงานและใช้พลังงานทดแทน

- ลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน


5.3 เพิ่มขีดสมรรถนะบุคลากรและการประชาสัมพันธ์

- เพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะของบุคลากรภาครัฐและเครือข่ายประชาคมเชียงใหม่

- เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารการปฏิบัติราชการของจังหวัดเชียงใหม่


5.4 การสร้างสำนักประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม

- การปกครองระบบประชาธิปไตยระดับฐานรากมีความเข้มแข็ง


5.5 พัฒนา ICT เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการภาครัฐ

- ส่งเสริมพัฒนา ICT ให้ครอบคลุมมีประสิทธิภาพ ทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพตามมาตรฐานสากลและสนับสนุนการบริหารจัดการภาครัฐและบริการประชาชน


5.6 เพิ่มประสิทธิภาพประชา สัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ

- เพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ







กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่


วิสัยทัศองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่

เป็นกลไกในการสนับสนุนและตอบสนองนโยบายของรัฐ และเป็นองค์กรหลักในการพัฒนา ท้องถิ่น บนพื้นฐานของความเข้าใจในปัญหาและศักยภาพของท้องถิ่น ด้วยการบูรณาการการบริหารจัดการ ในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ”


กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

2.การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ความยั่งยืน

3.การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สงแวดล้อม และระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

4.การอนุรักษ์ ฟื้นฟูและสืบสาน ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น

5.การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

6.การจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย

7.การพัฒนาการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี


ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่(..2552 – 2556)

และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับต่าง ๆ ดังนี้

1.ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

(1)ความมีส่วนร่วม มีเหตุผล โปร่งใส พอประมาณ

(2)ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด ด้านเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการพัฒนาการเกษตรให้เป็นไปตาม แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่

2.ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

(1)การขับเคลื่อนเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง

(2)การเกษตรทฤษฏีใหม่

(3)การสร้างภูมิคุ้มกันของระบบเศรษฐกิจ

(4)ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด ด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน

3.ประเด็นยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(1)การพัฒนาคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ยุทธศาสตร์การพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพและการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อม

(2)ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นบทบาท

ชุมชน ในการบริหารจัดการ และการพัฒนากระบวนการเรียนรู้

4.ประเด็นยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และสืบสาน ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และ ภูมิปัญญา

ท้องถิ่น

(1)กรอบการให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

5.ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

(1)การขับเคลื่อนเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง

(2)ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการ

เรียนรู้

(3)ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด ด้านการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส

6.ประเด็นยุทธศาสตร์การจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย

(1)ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมให้เป็นรากฐานที่มั่นคง

ของประเทศ

7.ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

(1)ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ

(2)ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด ด้านการบริการประชาชน

นโยบายการพัฒนาของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาด


บริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน และให้ประชาชนเป็น

ศูนย์กลางในการพัฒนา”

โดยแยกเป็น

1. พัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในตำบล

- ก่อสร้าง/ปรับปรุงถนน เส้นทาง ในหมู่บ้าน

- ขยายเขตไฟฟ้า และติดตั้งไฟกิ่งสาธารณะภายในตำบล

- จัดหาแหล่งน้ำกิน น้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตรให้ราษฎร


2. ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ศิลปวัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญา

ท้องถิ่น

- จัดสวัสดิการผู้ด้อยโอกาสทางสังคม โดยจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่คนชรา, ผู้พิการ และผู้ที่ติดเชื้อเอดส์

- ป้องกันโรคติดต่อต่างๆ เช่น ไข้เลือดออก, ไข้หวัดนก และโรคพิษสุนัขบ้า ฯลฯ

- สนับสนุนเงินงบประมาณในการจัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม และภูมิ

ปัญญาท้องถิ่น

- ส่งเสริมสนับสนุนด้านการศึกษา โดยจัดหาอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย

ให้แก่โรงเรียน


3. ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาความยากจน

- จัดตั้งกลุ่มอาชีพต่างๆ เช่น กลุ่มผู้เลี้ยงวัว, กลุ่มทอผ้า ฯลฯ

- ทำการเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ และเกษตรอินทรีย์


4. ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และรักษาความสงบเรียบร้อยใน

ชุมชน

- ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยตำรวจตรวจสายจะออกตรวจตราความปลอดภัยทุกหมู่บ้าน

- จัดรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด

- ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ เช่น อุทกภัย,วาตภัย และอัคคีภัย


5. ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

- แก้ไขปัญหาขยะ โดยให้ทำการคัดแยกขยะ แล้วนำขยะที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่

- ป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะ การบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

- รณรงค์ให้มีการปลูกต้นไม้ และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม







***************************




นายณพลเดช ปันเรือน
นายกอบต.

นายบัญชา อุทาโย
ปลัดอบต.